[BT] งานวัด
posted on 03 Jul 2009 21:56 by ravenosinyora.
.
เอนทรี่ นี้ป็น ส่วนหนึ่ง ของ บลอดเวน นะครับพี่น้อง *เอ็คโ่ค่ว*
![]()
.
.
.
.
งานวัด
.
.
.
.
.
... หากยังไม่รู้ ก็ต้องลอง ...
.
.
.
เสียงนกแข่งกันส่งเสียงร้องบอกวันใหม่ แสงอาทิตย์ยามเช้าที่แยงตา ทำให้ผมต้องตื่นอย่างช่วยไม่ได้ ถึงจะอยากหลับต่ออีกยาวก็เถอะ แต่ผมยังรำลึกได้ว่า ตัวเองมาที่บลอดเวน โดยยังไม่ได้รายงานตัวใครรู้เลยนี่นะ .....แต่น่าจะรู้นะ ถ้าเห็นรถคันนี้จอดอยู่ .....รถขยะมันก็เล็กๆกับเขาที่ไหนกันล่ะ .....แต่ตามมารยาทแล้ว เมื่อคนใหม่มาก็ต้องไปรายงานตัว...
.
เป็นความจริงที่ตัวผมเองก็ยอมรับได้ยาก ....ว่าตัวเองยังไม่ได้อาบน้ำเลย ....ความจริงก่อนออกเดินทาง ก็ได้ชำระล้างร่างกายแล้ว แต่..... มันผ่านมาวันใหม่แล้วนี่หว่า .....อย่าเข้าใจผิด ผมไม่ได้เป็นคนซกมก ก็เพราะผมมีภารกิจมาทำงานที่เมืองใหมไม่ใช่เหรอไงกัน แล้วคนที่เพิ่งย้ายมา จะมีบ้านให้อาบน้ำได้ยังไงล่ะ อย่าว่าแต่บ้านเลย ยังไม่ได้พบปะพูดคุยกับใครในเมืองนี้เลยด้วยซ้ำ เอาเป็นว่า คงต้องไปแนะนำตัวกับเจ้าเมือง แบบที่ .....ยังไม่อาบน้ำ....แล้วขอสถานที่ที่พักก่อน แล้วค่อยทำงาน ก็แล้วกัน
.
.
ผมสะบัดหัว สลัดความง่วงไปให้หมดแล้วค่อยๆลำดับความคิดในสมองว่าผมควรจะทำอะไำรก่อน
.
ผมหยิบกระดาษแผ่นเล็กๆ แผ่นนึงออกมาจากกระเป๋ากางเกง แล้วคลี่มันออกมา มันเป็นที่อยู่ของเจ้าเมืองที่หัวหน้าให้ผมมา จะได้ไม่เสียเวลาตามหา ....ซึ่งก็คงไม่ดีนัก ถ้าให้ผมไปเดินถามคนบ้านนู้น บ้านนี้ ว่าเจ้าเมืองอยู่ไหนครับ .....ขอบคุณหัวหน้าผม ที่เตรียมการให้พร้อมเสร็จสรรพ สำหรับการถีบส่งผมมา'พักผ่อน' ที่นี่ ขอบคุณ...
.
....ข้ามสะพานไป เจอจตุรัส แล้วตรงไป แล้วจะเจอร้านดอกไม้.....ร้านดอกไม้ ร้านดอกไม้ ผมคิดพลางมองหาร้านที่ว่านั่น อ๊ะ....นั่นไง 'ร้านดอกไม้'
.
ผมเดินตรงไปที่ร้านดังกล่าวอย่างช้าๆ ในหัวผมกำลังคิดหาสาเหตุที่ว่า ทำไมท่านเจ้าเมืองถึงต้องมาเปิดร้านดอกไม้ด้วยล่ะ เป็นงานอดิเรกรึเปล่านะ หรือว่า ท่านเจ้าเมืองจะเป็นตุ๊ด .....ผมคิดถึงตรงนี้ ก็เริ่มขนลุกเล็กน้อย คงไม่หรอกมั้ง ฮ่ะๆ ...ผมยิ้มให้กำลังใจตัวเอง แล้วก้าวเท้าไปที่ร้านนั้นเร็วขึ้น
.
ผมมาถึงหน้าร้านแล้ว... แต่ยังไม่กล้าเข้าไปเลย สาเหตุหนึ่งก็เพราะ ป้ายที่ห้อยอยู่หน้าร้านมันเป็น 'Close' ไม่ใช่ 'Open' และสาเหตุอีกอย่างหนึ่งก็คือ .... ความคิดที่ในสมองของผมเมื่อครู่เกี่ยวกับ ท่านเจ้าเมือง และ ร้านดอกไม้ ยังคงตามหลอกหลอน อา....ถ้าผมไม่คิดมาก ก็ไม่ต้องมายืนเก้ๆกังๆอยู่หน้าร้านแบบนนี้หรอก คิดแล้วก็อยากทุบหัวตัวเองจริงๆ
.
..... จะเข้าไปดีไหมนะ ....
.
.
"มาซื้อดอกไม้เหรอคะ ?"
.
ผมแทบสะดุ้งสุดตัวเมื่อมีเสียงเล็กๆดังขึ้นจากข้างหลัง ผมหันกลับไปมองโดยเร็วที่สุด ผมเห็นเด็กผู้หญิง ไม่สิ ก็ไม่เด็กขนาดนั้น ผู้หญิงคนนึง หน้าตาจิ้มลิ้มน่าเอ็นดู ผมยาวสีน้ำตาลเข้มที่ปล่อยลงมาเคลียหลัง เธอกำลังจ้องมองผมด้วยดวงตาสีฟ้าเหลือบเทาแววตาไร้เดียงสา ผมว่าผมคงมองเธอค้างอยู่นาน เธอจึงเริ่มถามผมใหม่อีกครั้ง
.
"มาซื้อดอกไม้หรือเปล่าคะ ...?"
.
ผมยังคงไม่ตอบเธอ ผมไม่ได้ใจร้ายนะ ....ผมแค่ไม่รู้จะตอบอะไร กับเด็กผู้หญิงที่เป็นคนคนแรกในเมืองที่มาพูดคุยกับผมแค่นั้นเอง ...แล้วผมควรจะพูดอะไรล่ะ ผมต้องพูดอะไรดี
.
"จะ่ว่าไป คุณไม่ใช่คนแถวนี้นี่นา .....มาจากเมืองข้างๆเหรอคะ ?"
.
"เอ่อ....คือ...ผมเพิ่งย้ายมาใหม่น่ะครับ กำลังตามหาท่านเจ้าเมืองอยู่ มีคนบอกมาว่าเขาอยู่ที่นี่น่ะครับ แต่ดูเหมือนร้านจะยังไม่เปิด ............."
.
ผมพูดเร็วปรื๋อ ด้วยความประหม่าบวกกับความไม่คุ้นเคย รู้สึกกระอักกระอ่วน แต่อย่างน้อยก็ดีที่ผมได้พูดอะไรออกไปบ้าง
.
"งั้นก็ตามเข้ามาเลยค่ะ~"
.
เธอเดินไปไขกุญแจประตูร้าน เปิดประตูแล้วหันหลังมามองผม เหมือนกับชักชวนให้ตามเธอเข้าไป
ซึ่งผมก็เดินตามหลังเธอเข้าไปจริงๆนั่นแหละ
.
เธอปิดประตู เชื้อเชิญให้ผมนั่งลงบนเก้าอี้ แล้วก็เดินไปเดินมาจัดของในร้านให้เข้าที่สักพักด้วยความชำนาญ คล่องแคล่ว หลังจากนั้นก็เดินไปกลับป้ายจาก 'Close' เป็น 'Open' แล้วจึงหันมาหาผมด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
.
"ตอนนี้ จัดร้านเสร็จแล้วค่ะ มีธุระอะไร ว่ามาได้เลยค่า~"
.
ผมไม่มีธุระกับคุณหรอกครับ ผมไม่ได้จะซื้อดอกไม้ด้วย ผมแค่มาตามหาท่านเจ้าเมืองแค่นั้นเอง
.
"ขอโทษครับ.....ช่วยบอกผมทีได้ไหมว่า....ท่านเจ้าเมืองอยู่ไหน"
.
"อ้าว.....ตายจริง....อาร์มยังไม่ได้แนะนำตัวเลยสินะคะ"
เธอเอามือบ้องปากแล้วหัวเราะคิกคัก
.
"อามิน่า เออร์เว่น เจ้าเมืองบลอดเวน และเจ้าของร้านดอกไม้ค่ะ เรียกสั้นๆว่า อาร์ม ก็ได้ค่ะ"
.
เธอยิ้มตาหยีให้ผม ซึ่งผมไม่แน่ใจว่า รอยยิ้มนั่นหรือคำพูดของเธอกันแน่ ที่ทำให้สมองผมเอ๋อไปชั่วครู่
ผมเบิกตากว้าง ผมฟังไม่ผิดใช่ไหม .....เด็กผู้หญิงคนนี้กำลังบอกว่าตัวเองเป็นเจ้าเมืองนะ!!!
.
".....ขอโทษครับ ......ผมคิดไปว่า......ท่านเจ้าเมือง ต้องเป็นผู้ชายร่างใหญ่ ในวัยชรา....แล้วน่ะครับ"
.
เธอหัวเราะร่วน ดูแล้วน่ารักไม่หยอก แต่เธอคงไม่รู้หรอกว่านั่นไม่ใช่มุขตลก ผมคิดจริงๆ .....
.
"คุณไม่ใช่คนแรกที่เข้าใจผิดหรอกค่ะ"
.
"..........ผมก็ว่าอย่างงั้น"
.
ผมรอให้เธอหยุดหัวเราะลงก่อนแล้วจึง ลุกขึ้นโ้ค้งตัวให้ความเคารพท่านเจ้าเมืองน่ารักๆคนนี้ แล้วจึงพูดออกมา
.
"ผม.....ไนย์ โนยาล เจ้าหน้าที่เทศบาลเก็บขยะ คนใหม่ของบลอดเวนครับ ......ฝากตัวด้วยนะครับ"
.
ผมแตะหมวกหลังพูดจบ แล้วรอดูว่าท่านเจ้าเมืองจะพูดอะไรต่อไป เธออ้าปากเล็กน้อยทำพยักหน้ารับรู้
.
"คุณนั่นเอง เจ้าหน้าที่คนใหม่ อาร์มได้รับรายงานเรื่องคุณแล้วล่ะค่ะ ยินดีต้อนรับสู่บลอดเวนนะคะ~"
.
"ขอบคุณมากครับ.....คืนนี้ จะมีงานวัด ใช่ไหมครับ ....ผมควรจะไปเตรียมตัวทำงานของผมสินะครับ...."
.
"ไม่ต้องรีบขนาดนั้นก็ได้ค่ะ งานวัดยังไม่เริ่มซะหน่อย ให้อาร์มพาเที่ยวรอบเมืองสักรอบไหมคะ"
.
"ไม่เป็นไรครับ.... ผมก็ได้ไปเดินมาบ้างแล้ว....................ว่าแต่......"
.
"คะ?"
เธอเอียงคอถาม ว่าผมจะพูดอะไรต่อ
.
.
"ผมพักที่ไหนได้มั่งครับ...."
.
...ผมยังไม่ลืมว่าตัวเอง ยังไม่ได้อาบน้ำหรอกนะ.....
.
.
"อ๋อออ~!! ..... เจ้าหน้าที่คนที่แล้ว เขาพักอยู่แถวๆริมทะเลสาบน่ะค่ะ แต่่ว่าบ้านนั้นยังไม่ได้ืำทำความสะอาดเลย...........แต่เดี๋ยวอาร์มจะช่วยไปขอห้องพักจากคุณเกลให้คุณพักไปก่อนชั่วคราวก็ได้นะคะ"
.
"อา......ครับ....ขอบคุณมากครับ.........แล้วหอพัก..............มันอยู่ตรงไหนเหรอครับ"
.
"อ๊ะ!! เดี๋ยวอาร์มพาไปเองค่ะ"
.
เธอวิ่งไปจัดเก็บของด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ กลับป้ายหน้าร้านเป็น 'Close' อีกครั้ง แล้วก็บอกให้ผมตามเธอมา
.
.
.
ผมเดินตามเธอไป ผมไม่ได้รู้ตัวเลยว่า มีรอยยิ้มน้อยๆอยู่ที่มุมปากของผม
.
.
.
_____________________________
.
.
หลังจากที่คุณอามิน่า หรือ ท่านเจ้าเมืองได้พูดคุยกับเจ้าของหอพักแล้ว เขาก็ไม่ได้พูดอะไร แต่ก็จัดห้องให้ผมห้องนึง ซึ่งสำหรับผมแล้ว ผมว่ามันอยู่สบายๆใช้ได้เลยทีเดียว แต่ไม่อยากจะพูดเลย ........เจ้าของหอพักคนนั้นน่ะน่ะ..........น่ากลัวชะมัด จริงๆนะ......หมอนั่นชื่อ เกล ใช่ไหมนะ ถ้าจำไม่ผิด
.
.
ผมตัดสินใจ เดินไปเอากระเป๋าเดินทางใบเล็กๆที่เตรียมมาจากในรถ ซึ่งคราวนี้ ผมก็ย้ายรถขยะสีขาวของผมมาจอดใกล้ๆหอพักแทน จะได้ไม่เสียเวลาเดินเท้าไปมากนัก
.
.
เมื่อเตรียมตัวเสร็จ .....ผมก็ออกจากหอพักมา เพื่อไปงานวัดทันที
.
.
.
งานวัด...
.
.
_____________________________
.
.
.
ผมมองดูงานจากตรงสะพาน สำหรับผมแล้วงานของผมมีแค่ทำความสะอาดหลังงานเลิกเท่านั้น ไม่ได้มีความจำเป็นต้องไปร่วมงานแต่อย่างใด .....ผมเลยมองดูงานจากสะพานตรงนี้
.
.
.
.
.
.
แสงไฟตามถนนส่องสว่างเรียงราย ท่ามกลางท้องฟ้าที่มืดลงเรื่อยๆ เสียงอึกทึกจากคนที่มาร่วมงาน จากซุ้มต่างๆที่มาขายของแปลกๆมากมาย ดูจากจำนวนคนแล้ว....น่าจะมีคนจากนอกเมือง หรือเมืองข้างๆ มาเข้าร่วมด้วย แน่นอนล่ะนะ งานสนุกๆแบบนี้ ใครจะไปอยากพลาดกันล่ะ จะว่าไปแล้ว.... เมืองที่ผมเติบโตมา ก็มีอะไรคล้ายๆแบบนี้เหมือนกัน แต่ไม่เชิงเป็นงานแบบนี้หรอก พวกเราเรียกมันว่า 'คาร์นิวัล' ซึ่งจะมีขบวนแห่ และการแสดงตามท้องถนน มากมาย...... เมื่อคิดถึงตรงนี้ ผมก็เพิ่งนึกได้ว่า .....ผมไม่ได้อยู่ที่นั่นอีกแล้ว
.
.
ผมชักไม่อยากแค่มองอยู่ตรงนี้แล้วแฮะ ..........ถึงจะไม่มีความจำเป็นต้องไปเดินในงาน แต่ ก็ไม่ได้หมายความว่า ผมจะไปเดินเที่ยวไม่ได้นี่นา จริงไหม ? ....แล้วผมก็ก้าวเดินมุ่งหน้า ตรงไปยังที่จัดงาน
.
.
งานวัด จะสนุกแค่ไหน กันเชียว
.
.
ผมเชิดหน้า แล้วก้าวเท้าให้เร็วขึ้น
.
.
.
_____________________________
.
.
.
"ย๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!"
.
.
เสียงตะโกนกึกก้องนี่ ไม่ใช่ของผมหรอกนะ แต่ป็นของผู้หญิงที่กำลังเล่นเกมส์ช้อนปลาทอง.....อย่างบ้าพลังข้างๆผม อยู่ต่างหากล่ะ ผมว่าเผลอๆ เธอคงไม่ได้กะช้อนปลาทองหรอก แต่เธอพยายามฆ่าพวกมันอยู่ต่างหากล่ะ .... มันดูเหมือนอย่างนั้นมากกว่านะ
.
.
"คะ....แคลร์....ใจเย็นๆนะ แคลร์"
.
ผมว่าเจ้าของร้านดูท่าอยากจะร้องไห้น้ำตาเป็นสายเลือดแล้วล่ะ...... ว่าแต่ผู้หญิงผมสีน้ำตาลซอยที่โพกผ้าโพกหัวที่กำลังฆ่าปลาทองอย่างเมามันส์อยู่นี่ ชื่อ แคลร์ สินะ ......ว่าแล้ว ผมก็สวดภาวนา ให้ปลาทองทั้งหลายได้เข้าสู่อ้อมกอดของพระเจ้า....ไปสู่สุขคติเถอะนะ ผมมองพวกปลาด้วยสายตาเห็นใจเล็กน้อย
.
ผมเริ่มสนใจเกมส์ปลาทองขึ้นมาบ้าง เลยจ่ายเงินไป แล้วก็ได้ที่้ช้อนกระดาษมาอันนึงพร้อมกันขันใส่ปลาของผม ผมวางช้อนไว้ใต้น้ำ ใกล้ผิวๆ รอให้ปลาเข้ามาเอง ....และไม่นานนัก ผมก็ได้ปลามามากมาย แต่ของผู้หญิงข้างๆผมนี่สิ ทั้งๆที่ ทุ่มพลังซะขนาดนั้น ยังได้ไม่กี่ตัวเอง เหมือนเธอจะมองผมอยู่เหมือนกันนะ .....และช้อนกระดาษในมือเธอก็เป็นรูแล้วด้วย
เธอมองปลาในขันของตัวเอง สลับกับขันของผม .....คงไม่ได้จะ....
.
"ลุงงงง ขออีกไม้!!!!!!!"
.
ดูเหมือนผมจะไปปลุกพลังฮึดของเธอให้มากกว่าเดิมซะแล้วแฮะ... ผมมองเธอวิดน้ำในบ่อปลาอย่างตั้งใจต่อไป ขอโทษด้วยนะพวกปลา ผมชำเลืองมองปลาในนั้นที่ว่ายกันอย่างแตกตื่นสุดชีวิต แล้วผมก็ลุกขึ้นแล้วเทปลาที่ตักได้ทั้งหมด กลับลงไปในบ่อ
.
"อ้าว พ่อหนุ่ม ไม่เอาปลากลับบ้านไปด้วยเหรอ ถ้าตักแล้วก็ได้ไปเลยนะ"
.
"ผมไม่มีที่เีลี้ยงน่ะครับ........แค่มาลองตักเล่นๆเฉยๆ"
.
คุณลุงร้องอ๋อ พยักหน้าอย่างเข้าใจ เมื่อเห็นดังนั้น ผมก็เลยเดินจากซุ้มนั้นมาแล้วไปเดินที่อื่นต่อ โดยไม่หันกลับไปมอง.....ฆาตกรปลา เลยแม้แต่น้อย .......เล่นให้สนุกนะสาวน้อยนักฆ่าปลา ผมว่าได้ยินเสียงเธอเล่นต่ออย่างสนุกสนาน ในแบบฉบับของเธอต่อไป
.
ดูเหมือนวันแรกซุ้มต่างๆ จะยังไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ คงจะรอมากันวันที่สอง ผมคิดอย่างนั้นขณะไล่สายตามองซุ้มทุกซุ้มไป แล้วก็ไปหยุดอยู่ที่ซุ้มประชาสัมพันธ์ ซุ้มนั่น ส่งเสียงที่ดังที่สุดตั้งแต่ เริ่มงานแล้วนี่นา ....ผมเห็น ผู้ชายคนหนึ่ง ที่ไม่ได้พูดอะไรมาก กับ ป้าอีกคนนึง .........ที่ดูท่าว่าจับไมค์แล้ว จะหยุดพูดไม่ได้ทีเดียว ผมเริ่มตั้งใจฟังสิ่งที่แกพูดดูบ้าง
.
.
"นี่ๆ คุณคะๆ หยุดคุยกันก่อนสิคะ เนี่ยๆ ดิฉันมีเรื่องมาเมาท์ เอ๊ย เล่าให้แซ่ดเลยล่ะค่ะ เคยได้ข่าวเรื่องนี้ไหมคะ แล้วเรื่องนี้ล่ะคะ นี่คุณคะๆ เรื่องที่ว่านั่น จริงหรือเปล่าคะ อุ๊ยต๊ายตาย~!! ไม่ไหวเลยนะคะเนี่ย คนรอบตัวอิฉันกลายเป็นอะไรกันไปหมดแล้วล่ะคะ ไม่ไหวเลยค่ะ เขาว่ากันว่าเรื่องนี้มีเบื้องหลังอีกนะคะ@#%@%!%!@#%!@#%#&^%$!!!! "
.
.
ผมก็ ทนฟัง คุณไม่ค่อยไหวแล้วล่ะครับ คุณคะ .... ผมรีบสาวเท้าเดินออกไปในทันที คนแบบนี้ อยู่ด้วยนานๆ ก็คงฟุ้งซ่านตายแหงๆ .....ไม่ไหวๆ....และดูท่าคนอื่นๆก็หลีกเลี่ยงป้าเช่นกัน ผมมองผู้คนที่วิ่งมากกว่าเดินผ่านซุ้มประชาสัมพันธ์ด้วยความเร็วที่สุดยอด ป้าคนนี้นี่เจ๋งจริงๆ ......
.
.
แล้วผมก็เดินออกมาจาก แหล่มที่ผุ้คนชุกชุม ผมอยากได้ที่เงียบสงบหาอะไรทำ ว่าแต่ มีอะไรให้กินมั่งนะ.....ท้องผมมันร้องจนไส้มันจะหลุดมาเดินเล่นแล้วล่ะ .....ว่าแต่ ตรงนั้นร้านอะไรน่ะ .....ผมปรายตาไปเห็นร้านนึงแถวๆริวฝั่งที่คนไม่เยอะมาก แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีคน ร้านนั้นดูท่าทางน่าสนใจดีนะ มีเก้าอี้ม้านั่งไม่ไผ้ มีหลายคน หลายคู่กำลังนั่งจิบชาอยู่อย่างเงียบๆ ดูแล้วรื่นรมณ์ดี ผมเดินเข้าไปดู .....ขายอะไรมั่งล่ะน่ะ....
.
ผมมองหา คนที่น่าจะเป็นเจ้าของร้าน แล้วก็สังเกตเห็นผู้ชายคนหนึ่ง ผมสีแดงสดที่เด่นสะดุดตา และดวงตาสีเขียวที่ดูนิ่งๆ เขาใส่ชุด.....แบบญี่ปุ่น....ที่เรียกว่าอะไรแล้วนะ....ยูตาคะ ใช่ไหม สีม่วงเข้ม เดินมาทางผมช้าๆ ......ผมว่า เขานั่นแหละ เจ้าของร้าน
.
"สวัสดีครับ"้
.
"ครับ....ขายอะไรมั่งเหรอครับ...."
.
"ชาเขียวร้อน และ ชาเขียวเย็น ครับ"
.
สารภาพว่า ... ผมไม่เคยดื่มชาเีขียวญี่ปุ่นมาก่อนเลยในชีวิตนี้ ใช่ว่าจะไม่รู้จัก มันก็ชอบออกโฆษณาบ่อยๆ เพียงแค่ผมไม่เคยคิดจะลองมันเท่านั้นเอง .....นี่อาจจะเป็นโอกาสของผมแล้วก็ได้
.
"ขอชาเขียวร้อน ที่นึง ละกันครับ......"
.
เขาพยักหน้าแล้วจึงเดินไปหลังร้าน ผมมองเก้าอี้ที่ตัวเองนั่ง ร้านนี้ ตกแต่งด้วยบรรยากาศแบบตะวันออกล้วนๆ ซึ่งถ้าให้เจาะจงแล้ว ก็แบบญี่ปุ่นสินะ .... ผมนั่งจดจำบรรยากาศแบบนี้ไว้ อยู่เงียบๆ ก่อนที่ เจ้าของร้านผมแดง จะเดินกลับมาพร้อมถาดและถ้วยชาที่มีไอกรุ่น และขนม อีกสองอย่างที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน มันคืออะไรกันล่ะนะ .....
.
"ได้แล้วครับ"
.
"ขอบคุณครับ....."
.
ผมยกถ้วยชาญี่ปุ่นขึ้นดื่ม ....มันร้อน...ร้อนมากๆ แต่เมื่อดื่มแล้วสดชื่นดี ไหลคล่องคอด้วย .....ไม่เลวเลย แล้ว....ไอ้ขนมสองอย่างนี่มัน คืออะไรกันล่ะ .....พวกมันเรียกว่าอะไรกัน
.
"ขอโทษนะครับ.......นี่เรียกว่าอะไรเหรอครับ"
ผมชี้ ที่ขนมลูกกลมๆสีชมพู มีใบไม้ห่อ ....ดูแล้วน่ากินดีนะ
.
"นั่นคือ ซากุระโมจิครับ ........ส่วนนั่น คือ มิทาราชิ ดังโงะ"
เขาตอบผมก่อนที่ผมจะหันมาถามว่่า 'แล้วที่เีสียบไม้อยู่นี่ล่ะคืออะไร' ซะอีก แต่ก็ขอบคุณที่ตอบเผื่อมาให้เลยก็แล้วกันนะ ผมลองกินโมจิ ดูก่อน ....เนื้อมันเหนียวและนุ่มมากๆ ไส้ในก็หวาน .....ส่วนมิทาราชิดังโงะ ที่ผมวิจารณ์ไปในใจแล้วว่า เหมือนลูกชิ้นมากๆ นั้นก็ อร่อยไม่แพ้กันเลย ยิ่งพอดื่มกับชาแล้ว ผมยิ่งรู้สึกอิ่มเอมใจยิ่งขึ้นไปอีก ....คิดไม่ผิดเลยที่มาร้านนี้
.
หลังออกจากร้านชา นั่น มาแล้วผมก็เดินไปอีกหลายๆ ร้าน แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรเป็นพิเศษ เพราะเมื่อมองเวลานี่ก็ใกล้เลิกงานแล้ว .....มันดึกมากทีเดียว เพราะงั้น สิ่งที่ผมควรทำตอนนี้ ไม่ใช่เดินเที่ยวอีกต่อไป และเป็นเตรียมตัวพร้อมทำงานแล้วต่างหากล่ะ .....
.
ผมเดินข้ามสะพาน แล้วไปยังรถขยะของตัวเองที่จอดอยู่เยื้องๆกับหอพัก ผมหยิบอุปกรณ์ทำความสะอาดเท่าที่จำเป็นออก เตรียมไว้ข้างๆที่นั่งคนขับ แล้วขับรถข้ามสะพานกลับไป ....ซึ่ง เมื่อผมไปถึงแล้วร้านต่างๆก็ปิดกันเกือบหมดแล้ว เหลืออยู่แค่ไม่กี่ร้าน.....ผมก็เดิน ไปจอดรถบริเวณที่โล่ง แล้วเริ่มต้น มัดถุงขยะตามถังขยะทุกจุดในงานก่อนแบกมาขึ้นรถ แล้วก็ทำความสะอาดตามส่วนที่เหลืออีก .......ซึ่ง คนที่ไม่ทิ้งขยะลงถังก็มีอยู่เยอะ ขอบคุณมากครับทุกคน ที่ช่วยเพิ่มภาระให้ผม.......
.
ผมมอง ส่วนที่ยังต้อง ทำความสะอาดอีก ....พรุ่งนี้ ก็ยังมีงานอีก เพราะงั้น ทุกอย่างต้องจัดการให้เรียบร้อย .... คิดแล้วผมก็ทำความสะอาดลานจตุรัสต่อ
.
พรุ่งนี้ ยังมีงานวัดอยู่
.
.
.
.
พรุ่งนี้ ......... ต้องสนุกกว่านี้เป็นแน่
.
.
.
__________________________________
.
.
.
มุม เดวิ๊ด ..........หมดพลัง..........*ล้มตัวลงตาย*
.
.
อั๊กกกก แค่ก แค่กกกกก
/dying message
"ยังไม่จบนา...."
.
.
แค่ก แค่กกก *ตายอย่างสงบ*
ฝากรูปก่อนตาย ........*ฟื้นคืนชีพมาลงรูป*
.
.
.
.
.
.
องค์ประกอบรูปน่ะเหรอ ไม่มีเลย...........*ยืนเหมือนคนบ้า*
.
.
วาดและลงสีด้วยความเมาในจิตวิญญาณ
.
.
ฆ่าผมสิครับ ทุกคน *คุกเข่า*

ส่วนคำขอสุดท้าย...ได้สิคะ อยากตายด้วยวิธีไหนล่ะ? จะสนองให้ เหอเหอเหอเหอเหอ *ยิ้มชั่ว* (ไม่ใช่ละ)
#1 By อีฟ on 2009-07-04 23:56